พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นต้นราชสกุล “กิติยากร” พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งสำคัญทางราชการในยุคที่สยามกำลังก้าวเข้าสู่ความเป็นสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น อธิบดีกรมศึกษาธิการ กระทรวงธรรมการ เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ซึ่งล้วนสะท้อนถึงบทบาทสำคัญในการวางรากฐานประเทศ
และเหนือสิ่งอื่นใด พระองค์ทรงเป็น นักอ่านและนักวิชาการโดยแท้ ดังที่พระยาโกมารกุลมนตรี กล่าวสดุดีไว้ว่า
“พระองค์เป็นผู้แสวงหาความรู้อยู่เสมอ ทรงอ่านมาก...”
ถ้อยคำเรียบง่ายนี้ เผยให้เห็นพระลักษณะอันโดดเด่น นั่นคือทรงเป็นผู้มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน
หลักฐานที่ชัดเจนที่สุด คือ คอลเลกชันหนังสือส่วนพระองค์กว่า 5,000 เล่ม ซึ่งพระโอรสและพระธิดาได้ประทานให้แก่ หอสมุดกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ. 2490 หนังสือเหล่านี้ไม่ใช่เพียงวัตถุสะสม หากแต่เป็น ภาพสะท้อนรสนิยม ความสนใจ และการศึกษาอันลึกซึ้งของพระองค์
ในจำนวนนั้น มีหนังสือหายากที่มีอายุระหว่าง 100 ถึง 400 ปี เปรียบดังบันทึกประวัติศาสตร์การพิมพ์ ทั้งยังมีตราบรรณสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของ บางเล่มปรากฏลายพระหัตถ์ของพระองค์ หรือข้อความจากผู้ถวายหนังสือ ด้วยเหตุนี้ หนังสือแต่ละเล่มจึงมิใช่เพียงสิ่งพิมพ์ หากคือ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของเครือข่ายนักอ่านและนักคิด ซึ่งผูกพันกันผ่านตัวอักษร
เนื้อหาในหนังสือครอบคลุมหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม สังคมศาสตร์ ภาษาศาสตร์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศาสนศาสตร์ ซึ่งเป็นแขนงที่พระองค์ทรงศึกษาลุ่มลึกจนได้รับการยกย่องจากเถรสมาคมว่าทรงมีความรู้ภาษาบาลีในระดับ เปรียญธรรม 5 ประโยค และยังทรงแปล จันทกุมารชาดก จากภาษาบาลีเป็นภาษาไทย การอ่านของพระองค์จึงไม่ใช่เพียงงานอดิเรก หากแต่เป็น ภารกิจทางปัญญา ที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญมาตลอดพระชนมชีพ
“ห้องสมุดคือชีวประวัติแห่งจิตวิญญาณ”
และเมื่อเราเดินทางผ่านคลังหนังสือส่วนพระองค์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ เราไม่ได้เพียงพบหนังสือเก่าแก่หายาก หากแต่พบ เรื่องเล่าของมนุษยชาติ ที่ข้ามผ่านกาลเวลาและพรมแดนทางวัฒนธรรม
เรื่องเล่าเหล่านี้ คือ ปกรณัม ซึ่งเชื่อมโยงผู้คนจากหลากอารยธรรม ผ่านมุมมอง ความเชื่อ และคำถามนิรันดร์ของชีวิต
จากหนังสือ Tree and serpent worship, or, Illustrations of mythology and art in India in the first and fourth centuries after Christ : from the sculptures of the Buddhist topes at Sanchi and Amravati เขียนโดย เจมส์ เฟอร์กูสัน (James Fergusson) ให้รายละเอียดอันลึกซึ้งของตำนานและศิลปะอินเดียโบราณ หนังสือเล่มนี้ช่วยเปิดโลกแห่งประวัติศาสตร์ยุคต้นของชมพูทวีป พร้อมชี้ให้เห็นว่า ความศักดิ์สิทธิ์ในวัฒนธรรมอินเดีย มิได้ถือกำเนิดในวิหารหรือศาสนสถาน หากเริ่มต้นจากความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ การบูชาต้นไม้ พญานาค และพลังเหนือธรรมชาติที่ฝังรากลึกในวิถีชีวิตของผู้คน
จากนั้น เราเดินทางสู่มหากาพย์อันยิ่งใหญ่ของอินเดีย ผ่านหนังสือ Harivansa ; ou, Histoire de la famille de Hari ฉบับตีพิมพ์เมื่อ ค.ศ. 1834 หรือที่รู้จักกันในชื่อหริวงศ์ (พงศาวดารแห่งพระหริ) นับเป็นผลงานสำคัญในวรรณกรรมภาษาสันสกฤต ว่าด้วยการสร้างจักรวาลและเรื่องราวของราชวงศ์สุริยะและจันทรา อันนำไปสู่การอุบัติของพระกฤษณะ โดยเล่าลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่มหากาพย์มหาภารตะ ต่อเนื่องด้วย The Mahabharata (มหาภารตะ) ฉบับพิมพ์ ค.ศ. 1895 มหากาพย์ที่ว่าด้วยเทพเจ้า พระกฤษณะ และวีรบุรุษในยุคโบราณ เรื่องเล่าเหล่านี้มิใช่เพียงนิยายสงคราม หากแต่คือ มหาสมุทรแห่งปัญญา ซึ่งหลอมรวมไว้ด้วยปรัชญา ศาสนา และวิถีชีวิตของอารยธรรมฮินดูอย่างลุ่มลึก
หนังสือ Lectures on the origin and growth of religion : as illustrated by the religion of ancient Egypt. Delivered in May and June โดย P. Le Page Renouf ค.ศ. 1879 และ History of the Egyptian religion โดย James Ballingal พาเราเดินทางสู่โลกของ อียิปต์โบราณ ดินแดนแห่งเทพเจ้าหลากองค์ ความตายอันศักดิ์สิทธิ์ และชีวิตหลังความตาย
ในอีเลียด (Iliad) และโอดิสซี (Odyssey) มหากาพย์อมตะของมหากวีโฮเมอร์ ฉบับพิมพ์อายุกว่า 150 ปี เรื่องราวของสงครามและการผจญภัยหาใช่เพียงความบันเทิง หากคือ บทเรียนชีวิต ที่สะท้อน ความกล้าหาญ ความรัก และการยอมรับชะตากรรมของมนุษย์ อย่างงดงามและสง่างาม
ขณะเดียวกัน ผลงานของ เอสคิลัส (Aeschylus) และ ยูริพิดีส (Euripides) บิดาแห่งละครโศกนาฏกรรมกรีกโบราณ ได้พาผู้อ่านดำดิ่งสู่หัวใจของความเป็นมนุษย์ ผ่านโศกนาฏกรรมแห่งความรัก ความแค้น และความเจ็บปวดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ละครเหล่านี้ไม่ได้สอนให้หลีกหนีความทุกข์ แต่สอนให้ เข้าใจและอยู่กับมันอย่างมีศักดิ์ศรี
“ปกรณัม” ไม่ใช่เรื่องเล่าที่ล้าสมัย แต่คือกระจกเงาที่สะท้อนหัวใจของมนุษย์ ทั้งความหวัง ความกลัว ความรัก และการแสวงหาความหมายของชีวิต
แม้กาลเวลาจะผ่านไปนับพันปี แต่แก่นแท้ของเรื่องเล่าเหล่านี้ยังคงเชื่อมโยงจิตใจมนุษย์จากทุกอารยธรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้เรารู้สึกว่า ความเป็นมนุษย์นั้นไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ไม่ว่าเราจะอาศัยอยู่ที่ใดและในยุคสมัยใด
หนังสือหายากเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุโบราณ แต่เป็นประตูสู่ภูมิปัญญาที่ยังคงมีชีวิตและพร้อมจะเล่าเรื่องราวให้เราฟัง ครั้งแล้วครั้งเล่า...
.
ห้องหนังสือหายากชวนมาชมนิทรรศการหนังสือ"แลเทพ กับ Rare Books สำรวจเทพเจ้าในเรื่องเล่าของมนุษย์" ที่ชั้น 6 ห้องหนังสือหายาก ศูนย์สารสนเทศประเทศไทยและประชาคมอาเซียน สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาฯ เวลาทำการ วันจันทร์ - วันศุกร์: 8.00-19.00 น. และวันเสาร์ 9.00-18.00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage: Rare books collection