“แลเทพแลเทวา” ในบทพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  

Share :
“แลเทพแลเทวา”  ในบทพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใฝ่พระทัยในงานประพันธ์มาแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงพระปรีชาในด้านการประพันธ์อย่างยอดเยี่ยม เมื่อคราวฉลองพระบรมราชสมภพครบ 100 ปี คณะกรรมการรวบรวมและค้นคว้าเกี่ยวกับพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้สำรวจและรวบรวมพระราชนิพนธ์แขนงต่างๆ ที่ทรงไว้ตลอดพระชนมชีพพบว่ามีจำนวนกว่า 1,200 เรื่อง และแม้เวลาจะล่วงมาถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่อาจรวบรวมให้สมบูรณ์ได้  

(ซ้าย) บทพระราชนิพนธ์ มัทนะพาธา หรือตำนานแห่งดอกกุหลาบ
(ขวา)   ลิลิตนารายน์สิบปาง สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าแผ่นดินสยาม ทรงพระราชนิพนธ์ประกอบด้วยภาพ 

พระราชนิพนธ์ทั้งหมด ได้แก่ บทโขน บทละคร บทร้อยกรอง นิทาน เรื่องชวนหัว พระราชดำรัส พระบรมราโชวาท บทปลุกใจ พระราชบันทึก พระราชหัตถเลขา พระบรมราชานุศาสนีย์ สารคดีต่างๆ และบทความในหนังสือพิมพ์ ถ่ายทอดเรื่องราวหลากหลาย มีตั้งแต่เรื่องชาวบ้านเดินดินคนธรรมดา ศัตรูหมู่มาร เรื่องราวจากแดนไกล เรื่องเจ้าหญิงเจ้าชาย ไปจนถึงเรื่องราวของเทพบุตรและเทพธิดาซึ่งสถิตอยู่ ณ ทิพย์วิมาน

หลายเรื่องยังคงเป็นที่จดจำสืบต่อมาจนทุกวันนี้ เช่น บทพระราชนิพนธ์ มัทนะพาธา หรือตำนานแห่งดอกกุหลาบ โศกนาฏกรรมความรักอันเจ็บปวดของทั้งเทพและคน เรื่องราวของสุเทษณ์เทพบุตรผู้ไม่สมหวังในรักจึงต้องลงทัณฑ์เทพธิดามัทนาอันเป็นที่รัก ส่วนนางผู้ไม่อาจรักจึงต้องสาปให้กลายร่างเป็นดอกกุหลาบตลอดไป  

พระราชนิพนธ์มัทนะพาธา

บทพระราชนิพนธ์มัทนะพาธาก่อเกิดวรรคทองของวรรณคดีที่ผู้คนจดจำรำลึก มาจนปัจจุบัน อาทิ 

“ความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน

ไม่ยินและไม่ยล อุปะสัคคะใดใด

ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกผิขังไว้

ก็โลดจากคอกไป บยอมอยู่ ณ ที่ขัง”

รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชนิพนธ์ ลครพูดคำฉันท์ 5 องก์ เรื่องมัทนะพาธา ขึ้นเมื่อพ.ศ. 2466 ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในคำนำว่าทรงแต่งเรื่องราวทั้งหมดด้วยพระองค์เองจากแก่นเรื่องซึ่งมีติดอยู่ในพระราชหฤทัยนานแล้ว ทรงมิได้ตัดตอนหรือนำเค้าเรื่องมาจากหนังสือโบราณใดๆ ทรงเลือกเอา “มัทนา” เป็นชื่อนางเอก จากคำศัพท์ “มทน” ซึ่งแปลว่าความลุ่มหลงหรือความรัก และทรงตั้งชื่อเรื่องว่า มทนพาธา อันหมายถึงความเจ็บหรือเดือดร้อนแห่งความรัก 

(ซ้าย) ลิลิตนารายน์สิบปาง

(ขวา) คำอธิบายและอภิธานสำหรับประกอบเรื่องนารายณ์สิบปาง

พระราชนิพนธ์ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ในคอลเลกชันหนังสือหายากอันเกี่ยวเนื่องด้วยเทพเจ้า นอกจากจะมีเรื่องราวที่ทรงผูกขึ้นด้วยพระองค์เองแล้ว ยังทรงพระราชนิพนธ์เรื่องเทพเจ้าฮินดูไว้โดยละเอียด ได้แก่ พระราชนิพนธ์เรื่อง ลิลิตนารายณ์สิบปาง เนื้อหาของเรื่องแสดงถึงความอวตารปางต่างๆ ของพระนารายณ์ 10 ปาง โดยทรงใช้เรื่อง “ฮินดูมิทอลอจี” (Hindu Mythology) ของ เจ. ดับลยู. วิลกินส์ (J. W. Wilkins) เป็นหลัก มีคำอธิบายเรื่องยุคกัลปอวตาร และเรื่องอื่นๆ ที่ควรทราบด้วย เช่นเรื่อง อาวุธของพระนารายณ์ พระศรีพญาครุฑ อนันตะนาคราช เป็นต้น  

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเรียบเรียง คำอธิบายและอภิธาน สำหรับประกอบเรื่อง นารายณ์สิบปาง เพื่อช่วยให้ผู้อ่านทำความเข้าใจเนื้อหาได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น อภิธานดังกล่าวจัดลำดับตามแบบแผนภาษาสันสกฤต เริ่มจากหมวดสระ ตามด้วยพยัญชนะวรรค และพยัญชนะควบ ทำให้ผู้อ่านเข้าถึงเนื้อหาด้วยความสะดวกและเป็นระบบ 

เห็นได้ชัดเจนว่าทรงพระราชวิริยะอุตสาหะอย่างยิ่งยวด ในการค้นคว้าข้อมูลคติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูที่ผสานอยู่ในสังคมไทยจนแตกฉาน และทรงร้อยเรียงออกเป็นพระราชนิพนธ์ที่มีความงดงามทางวรรณศิลป์อย่างเต็มเปี่ยม

ในขณะเดียวกัน ยังทรงให้ความสำคัญกับเนื้อหาเชิงวิชาการโดยทรงจัดทำคำอธิบายศัพท์และอภิธานอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจสาระได้อย่างแจ่มชัด สะท้อนถึงพระราชประสงค์ที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้อ่านอย่างครบถ้วนและรอบด้าน  

เทพเจ้าในบทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 ยังปรากฏอยู่ในพระราชนิพนธ์แนวบันทึกการเสด็จพระราชดำเนินไปยังประเทศต่างๆ เช่น บทพระราชนิพนธ์เรื่อง “เมืองอียิปต์” สันนิษฐานว่าทรงพระราชนิพนธ์ไว้เมื่อ พ.ศ 2450 ทรงตั้งพระราชหฤทัยเล่าเรื่องเมืองอียิปต์ตามที่ได้ทอดพระเนตรมา หากแต่ทรงพระราชดำริว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ผู้อ่านควรมีความรู้เบื้องต้นเป็นทุนไว้บ้าง เหตุนี้ จึงทรงพระราชนิพนธ์เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับอียิปต์ประกอบไว้ เช่น ตำนานบ้านเมือง อักขระวิธี และเทวดาอันเป็นที่นับถือของชาวอียิปต์ ดังปรากฏบางส่วนความว่า

“คเนมุ (ฤา คนุม) “ช่างปั้นพิมพ์” เศียรเป็นแกะ เป็นเทพยดาอย่างโบราณอยู่องค์หนึ่งในสาสนาอียิปต์ นิยมกันว่ามีลักษณะคล้ายอะเม็นรา และปตาห และนับถือว่าเป็นผู้สร้างมนุษย์”

พระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 ทำให้เทพเจ้ามิได้เป็นเพียงตำนาน หากเป็นถ้อยคำมีชีวิต โลดแล่นทั้งในบทละคร วรรณกรรม และศรัทธาหลากอารยธรรม เผยพระองค์ในฐานะกวีผู้เปี่ยมวรรณศิลป์ นักวิชาการผู้รอบรู้ และผู้มีพระราชหฤทัยมุ่งถ่ายทอดความรู้สู่ผู้อ่าน

.

หากท่านที่สนใจ ห้องหนังสือหายากชวนมาชมนิทรรศการหนังสือ"แลเทพ กับ Rare Books สำรวจเทพเจ้าในเรื่องเล่าของมนุษย์" ที่ชั้น 6 ห้องหนังสือหายาก ศูนย์สารสนเทศประเทศไทยและประชาคมอาเซียน สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาฯ เวลาทำการ วันจันทร์ - วันศุกร์: 8.00-19.00 น. และวันเสาร์ 9.00-18.00 น. 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage: Rare books collection